คุ้ยขยะ สร้างมูลค่า…ฝ่าวิกฤตสิ่งแวดล้อม
Writer by admin , 15 Jan 2020

นิยามของขยะในวันนี้เปลี่ยนไปแล้วโดยสิ้นเชิง ขยะบางชิ้นกลายเป็นรายได้ และขับเคลื่อนโลกในวิกฤตสิ่งแวดล้อม

หลังจากกระแสสิ่งแวดล้อมถูกพูดถึงในวงกว้าง มีแนวคิดและคำศัพท์ใหม่ออกมาให้ติดตามมากมาย แม้แต่การให้ความหมายกับคำว่า “ขยะ” ยังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยยะสำคัญ
จากสิ่งที่คนไม่ต้องการ แต่วันนี้ขยะกำลังกลายเป็นรายได้และทางรอดให้กับคนที่รู้จักมอง เป็นช่วงเดียวกับคำว่า Upcycling ถูกพูดถึงอย่างหนาหูในกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หากละเลยไม่กล่าวถึงคำนี้คงพลาดอะไรบางอย่างไป อย่างน้อยเราก็รู้จักคำว่า Recycle มานาน และ Upcycling ก็ชักชวนให้สังคมกลับมาเพ่งคิดเรื่องการยืดอายุและเพิ่มมูลค่าให้วัสดุและสิ่งของรอบตัว สู่การลดใช้ทรัพยากร ก่อนที่จะไปกองเป็นขยะอยู่ที่ปลายทาง

ที่มาของ Upcycle
Upcycle ถูกอ้างถึงครั้งแรกเมื่อปี 1998 ในหนังสือชื่อ Upsizing : The Road to Zero Emission- More Jobs, More Income and No Pollution (Routledge, 1998) ซึ่งเขียนโดย Gunter Pauli (1956) ผู้ก่อตั้ง Zero Emissions Research and Initiatives ประเทศเบลเยียม ต่อมาปี 2002 สถาปนิกชื่อ William McDonough (1951) และ นักเคมีชื่อ Michael Braungart (1958) ตีพิมพ์หนังสือชื่อ Cradle to Cradle : Remaking the Way We Make Things (Farrar Straus and Giroux, 2002) ใจความในหนังสือกล่าวถึงข้อดีและการทำตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการ upcycling เป็นหนังสือที่ได้รับการกล่าวถึงในแวดวงสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นในหนังสือเล่มดังกล่าวคือการตีพิมพ์ด้วย soy based ink และ หน้ากระดาษที่มีส่วนประกอบของพลาสติก ที่สำคัญหนังสือ Cradle to Cradle ทำให้คำว่า Upcycle ปรากฏตัวชัดเจนในกระบวนการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม
โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพให้กระบวนการ recycling ซึ่งต่างเห็นพ้องต้องกันว่าความรับรู้เรื่อง Recycle ควรจะถูกแผ่ออกเพื่อเข้าใจให้กว้างขึ้นและใช้รับมือวิกฤตสิ่งแวดล้อม

Upcycling Downcycling และ Recycling
หลายคนยังสับสนระหว่าง Upcycling Downcycling และ Recycling
Recycling เป็นความคิดตั้งต้นเรื่องการนำวัสดุมาใช้ซ้ำเพื่อลดการใช้ทรัพยากร ประกอบไปด้วย Upcycling / Downcycling
Upcycling ช่วยยืดอายุ เพิ่มมูลค่า เกิดสินค้าใหม่ ลดการใช้ทรัพยากร เช่น การนำผ้าใบคลุมรถบรรทุกไปทำกระเป๋า
Downcycling แปรรูป ย่อยสลาย ให้กลับไปเป็นวัสดุตั้งต้น ลดการใช้ทรัพยากร เช่น เอาขวด PET ไปตีเป็นเส้นใย หลายคนจึงเกิดคำถามว่า อ้าว ถ้าอย่างนั้น Upcycling ก็น่าจะดีกว่า ในความเป็นจริง วัสดุมีหลากหลายชนิด แต่ละอุตสาหกรรมต้องพิจารณากระบวนการที่ใช้ให้เหมาะสมอย่างสร้างสรรค์เพื่อเติมเต็มวงจรที่ชื่อ Recycle

Upcycling ที่น่าจับตามองในประเทศไทย
Upcycling the Oceans, Thailand โดย GC/ ททท/ ECOALF
Upcyclings the Ocean เป็นโครงการที่เกิดจากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง ECOALF ซึ่งเริ่มดำเนินการเมื่อปี 2009 ด้วยสโลแกน Because there is no planet B
มีเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการจากหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยโดย GC หรือ บริษัท PTT Global Chemical จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการจัดการขยะในท้องทะเลโดยเฉพาะพลาสติกซึ่งประเทศไทยทิ้งลงทะลมากกว่าปีละ 2 ล้านตัน
จึงคิดโครงการ Upcyclings the Ocean, Thailand แปรพลาสติกจากทะเลให้เป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ใช้เส้นใยในการทออาทิ เสื้อยืด กระเป๋าผ้า รองเท้า ฯลฯ โดยเริ่มจากเกาะเสม็ด เมื่อปี 2560 เป็นโครงการแรก ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนขวดพลาสติกจำนวน 14 ขวดให้เป็นเสื้อยืด 1 ตัว หรือ ถุงพลาสติก 43 ใบ เป็น กระเป๋าเป้ 1 ใบ

โอ้..ซิซุ (O sisu) โดย สิงห์ อินทรชูโต และเพื่อน
O sisu เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2006 แนวคิดการออกแบบของ O sisu เน้นการผสมสานระหว่าง หัตถกรรมท้องถิ่น ทักษะในเชิงช่าง ผนวกเข้ากับความสวยงามร่วมสมัย และการใช้งานที่ลงตัว โดยสินค้าของ O sisu ผลิตจากวัสดุที่เหลือทิ้งจากไซต์งานก่อสร้าง ภาคการผลิตอุตสาหกรรมและ ของทิ้งจากบ้านเรือน ส่วนคำว่า O sisu มาจากเรื่องราวของ Jurgen Ulzon นักออกแบบชาวฟินแลนด์ ผู้ออกแบบ Sydney Opera House ซึ่งใช้คำว่า Sisu ซิสุ แปลว่า อย่าท้อถอย เป็นพลังขับเคลื่อนในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และคุณค่าใหม่

Rubber Killer โดย สเริงรงค์ วงษ์สวรรค์
ราวปี 2005 คุณสเริงรงค์ วงษ์สวรรค์ สถาปนิกอิสระ ผู้ก่อตั้ง Re-Leaf
Studio ริเริ่มใช้ขบวนการ Reduce, Reuse และ Recycle มาเป็นโจทย์ในการออกแบบ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม กลายเป็นแบรนด์ที่ชื่อ “ Rubber Killer ” โดยใช้ยางในของรถทุกประเภทมาเป็นวัตถุดิบหลักในการสร้างผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ยางในรถจักรยานที่มีขนาดเล็ก ไปจนถึงยางในของรถแทรคเตอร์ขนาดใหญ่ สร้างกระแสแฟชั่นใหม่จากสิ่งของที่ดูเหมือนจะไร้ค่าอย่างยางในให้กลายเป็นแฟชั่นล้ำสมัย

นอกจากความตื่นตัวในภาคเอกชน
หน่วยงานรัฐก็เป็นส่วนขับเคลื่อนสำคัญที่ส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อน Upcycling โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้พัฒนาตราสัญลักษณ์ G-Upcycle โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม

แต่ละกลุ่มมีเกณฑ์การประเมินผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์จากวัสดุเหลือใช้เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่นำวัสดุเหลือใช้มาผลิตสินค้า

ประกอบด้วยแนวคิด 2 ส่วน
(1) Green Productivity คือกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
(2) Upcycle
กระบวนการที่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าด้วยการพัฒนาให้เศษวัสดุเหลือใช้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพและมีมูลค่าสูงขึ้น

ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาและได้รับการรับรอง G-Upcycle ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคกล่าวคือต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าทั้งในด้านการออกแบบและเชิงพาณิชย์ มีความสร้างสรรค์ สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ

=====================
สนับสนุนโดย: สำนักงานกองทุนสื่อสร้างสรรค์ (Thailand Media Fund)
ติดต่อสอบถาม: 9re-create@gmail.com
#9วิธีRecreateThailand #ก้าวแรกเริ่มที่เรา