ธุรกิจท่องเที่ยว 2020 think green, go green
Writer by admin , 30 Jan 2020

เมื่อผู้ประกอบการและนักเดินทางจับมือกันร่วมฝ่าฝันวิกฤติสิ่งแวดล้อม

 

การเอาตามาต่อกิ่งของอีกต้น คือ การเอาส่วนที่สามารถส่งเสริมกันได้ระหว่างองค์กรหรือบุคคลมาผสานเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการสร้างสิ่งใหม่ที่ดีขึ้น 

 

ตัวอย่างหนึ่งคือการร่วมมือกันของผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ธุรกิจที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง ซึ่งในท่ามกลางวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นนี้ เราก็ได้เห็นสัญญาณที่ดีของผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวที่ร่วมมือกับเหล่านักเดินทาง และประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ ลงมือปฏิบัติเพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม เพื่อฝ่าฝันวิกฤตินี้ร่วมกันไปให้ได้

 

ตัวอย่างหนึ่งของการปรับตัวคือฝั่งผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในญี่ปุ่นที่ประสบปัญหานักท่องเที่ยวมากเกินไป จึงได้ปรับธุรกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ด้วยการสร้างบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ใช้เครื่องใช้และอุปกรณ์ต่างๆ จากวัสดุธรรมชาติ ผ้าปูที่นอน ช้อนส้อม พร้อมกับตั้งเป้าไว้ว่าแต่ละจังหวัดต้องมีโรงแรมไบโอให้ได้ถึง 47 แห่ง

 

ในไทยเองก็มีโมเดลการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่น่าสนใจมากๆ อย่างเกาะเต่า จังหวัดสุราษฏร์ธานีหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักดำน้ำจากทั่วโลก มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่เกาะแห่งนี้เป็นจำนวนหลายล้านคนต่อปี ส่งผลให้ขยะบนเกาะมีจำนวนมากตามไปด้วย ขยะบางส่วนที่ไหลลงสู่ทะเล ส่งผลเสียต่อท้องทะเลและเหล่าสัตว์น้ำทั้งหลาย ซึ่งเกาะเต่าเองถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับต้นๆ ของไทย แนวคิดเรื่องเกาะเต่า Go Green เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของประชาคมชาวเกาะเต่ากว่า 4,000 ครัวเรือนและผู้ประกอบการภาคธุรกิจที่ร่วมมือกัน โดยเริ่มปรับเปลี่ยนแนวคิดและพฤติกรรมได้ง่ายๆ จากเรื่องใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็น

  • ลดการใช้พลาสติกที่ใช้เพียงครั้งเดียว สร้างขยะจากการท่องเที่ยวให้น้อยที่สุด เช่นพวกบรรจุภัณฑ์ โดยใช้วัสดุทดแทน ใช้หลอดกระดาษ หลอดไม้ไผ่ ช้อนส้อมไม้ ตลอดจนบรรจุภัณฑ์จากแป้งมันสำปะหลังที่ย่อยสลายได้
  • ความร่วมมือจากธุรกิจค้าปลีก ทั้งรายใหญ่และรายย่อย โดยการไม่แจกถุงพลาสติกเมื่อซื้อสินค้า ร้าน 7-11 ทุกสาขาในเกาะเต่าเป็นที่แรกในประเทศไทยที่ไม่แจกถุงพลาสติกแบบ 100%
  • มี Refill Station ร้านขายสินค้าในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่ แชมพู ขนมต่างๆ ที่ลูกค้าต้องนำภาชนะมาใช้ใส่สินค้าด้วยตนเอง
  • สถานประกอบการหลายๆ แห่งจะมีจุดเติมน้ำดื่มเอาไว้ให้กับลูกค้าได้ใช้บริการฟรี นักท่องเที่ยวสามารถพกขวดน้ำดื่มมาเติมน้ำและใช้ซ้ำได้ตลอด เพื่อลดการใช้ขวดพลาสติก และยังได้ประหยัดเงินด้วย 
  • ความร่วมมือจากธุรกิจโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแยกขยะ การจัดการน้ำและบำบัดน้ำเสีย การนำทรัพยากรกลับมาใช้หมุนเวียนให้คุ้มค่าที่สุด
  • นักท่องเที่ยวเองก็ให้ความร่วมมือในการลดใช้น้ำได้ด้วยการลดความถี่ในการขอเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว เพื่อประหยัดน้ำที่ใช้ซัก เป็นต้น

 

ส่วนฝั่งของนักท่องเที่ยวก็แสดงความร่วมมือด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการท่องเที่ยว มีผลสำรวจจาก Booking.com ว่าเทรนด์การท่องเที่ยวหนึ่งของปี 2020 ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกคือการท่องเที่ยวแบบสโลวและรักษ์โลก 

  • ผลสำรวจบอกว่าคนรุ่นใหม่นิยมเดินทางไปเที่ยวในที่ๆ เป็นที่รู้จักน้อยกว่า เช่น เที่ยวเมืองรอง เพื่อลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง และช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมไม่ให้ถูกทำลายจากการท่องเที่ยวแบบแย่งกินแย่งใช้มากเกินไป 
  • Responsible tourism กิจกรรมการท่องเที่ยวจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บางคนเลือกร้านอาหารที่ปลอดเนื้อสัตว์ หรือทานมังสวิรัต สนับสนุนอาหารและผลิตภัณฑ์ออแกนิก ปลอดสารเคมี บางคนเลือกนอนในห้องพักที่ไม่มีผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น พรมขนสัตว์ เป็นต้น
  • Low carbon tourism รูปแบบของการเดินทางก็เปลี่ยนไป จากการเคลื่อนไหวของเกรตา ทุนเบิร์กที่ทำให้เห็นว่าการเดินทางด้วยเครื่องบินนั้นกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาก บวกกับแนวความคิดเที่ยวแบบสโลว์ รูปแบบของการเดินทางของนักเดินทางจึงเปลี่ยนไปจากเครื่องบินสู่รถยนต์ รถไฟ หรือจักรยาน เทรนด์การท่องเที่ยวทางรถไฟและโรดทริปจะได้รับความนิยมขึ้น

ภาครัฐในประเทศไทยเองก็ให้ความร่วมมือในเรื่องนี้เช่นกัน คุณยุทธศักดิ์ สุภสร​ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า หลังจากที่รัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อแก้ปัญหาขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวและปัญหาขยะทะเล พร้อมร่วมมือกับภาคเอกชน รณรงค์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวตระหนักและลงมือปฏิบัติ ส่งผลให้ไทยสามารถปรับอันดับประเทศที่มีขยะทางทะเลสูงสุดในโลกจากอันดับ 5 ลงมาอยู่ที่อันดับ 10 ได้สำเร็จ

กล่าวโดยสรุปคือเมื่อปัญหาของสังคมซับซ้อนมากขึ้น หากเราแก้ปัญหาด้วยการคิดคนเดียว ทำคนเดียว อาจจะสำเร็จช้าและยากลำบาก การร่วมมือระหว่างกันเพื่อสร้างคุณค่าใหม่ (Collaboration and Capacity Sharing) จะทำให้ไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ได้เร็วขึ้น เป็นหนึ่งก้าวสำคัญที่ใครๆ ก็สามารถยื่นมือเข้ามามีส่วนร่วมทำเพื่อส่วนรวม หรือทำเพื่อโลกใบเดียวกันของเราได้

=====================

สนับสนุนโดย: สำนักงานกองทุนสื่อสร้างสรรค์ (Thailand Media Fund)

ติดต่อสอบถาม: 9re-create@gmail.com

#9วิธีRecreateThailand #ก้าวแรกเริ่มที่เรา