ปฏิวัติบล๊อกโคลี่…Broccoli Revolution
Writer by admin , 20 Jan 2020

นำตัวเองได้ และพร้อมส่งเสริมศักยภาพให้คนอื่นเป็นผู้นำ

หลายคนนิยมรับประทาน superfood อย่างบล็อกโคลี แต่ไม่ทันสังเกตว่าดอกของบล็อกโคลีเกิดจากการรวมกลุ่มของดอกย่อยอย่างหนาแน่นจนมีหน้าตาเป็นต้นบล๊อกโคลีที่เรารู้จัก เป็นความตั้งใจของผู้ก่อตั้งที่ใช้ผักเพื่อสุขภาพมาเป็นสื่อ บวกเข้ากับคำว่า Revolution ซึ่งหมายถึง การปฏิวัติ หรือ ความเปลี่ยนแปลง Broccoli Revolution จึงจับกระแสรักสุขภาพมาเป็นสินค้าและบริการ ซึ่งแน่นอนว่า หมายถึงการปฏิวัติด้านสุขภาพของผู้บริโภค โดยผู้ก่อตั้งเชื่อว่าเมื่อเราสุขภาพดี นั่นหมายถึงเราสามารถส่งต่อสุขภาพที่ดีและสังคมที่ดีให้กับคนอื่นได้ด้วย นอกจากสุขภาพดีไปพร้อมกัน รายได้ส่วนหนึ่งจาก Broccoli Revolution ยังนำไปต่อยอดเป็น มูลนิธิสติ (SATI Foundation) ซึ่งตั้งใจเปิดโอกาสให้กับคนที่มีต้องการเพิ่มศักยภาพด้วยทักษะวิชาชีพ พัฒนาตัวเอง ลดความเหลื่อมล้ำทางโอกาส ช่วยยกระดับจิตวิญญาณทั้งผู้ให้และผู้รับ รวมถึง Business Partner ไปพร้อมกันแบบเดียวกับที่ต้นบล๊อกโคลีกำลังสื่อสารกับเรา

 

Broccoli Sprout…จากต้นอ่อน

จากอาคารเดิมที่เคยเป็นที่ทำการของธนาคารบริเวณปากซอยสุขุมวิท 49 ถูกดัดแปลงให้เป็นร้านอาหารเพื่อสุขภาพเน้นเฉพาะอาหารวีแกนและบาร์เครื่องดื่มสกัดเย็น ภายใต้ชื่อที่ชวนสะกิดหูอย่าง Broccoli Revolution ในช่วงปี 2015  จุดเริ่มต้นการปฏิวัติคือร้านอาหารที่อยากเปลี่ยนวิธีการกินของคนเมืองซึ่งการหยิบอะไรใส่ปากเป็นต้นทางของการมีสุขภาพที่ดีหรือโรคร้ายต่าง ตามมา ผู้ร่วมก่อการปฏิวัติในครั้งนั้นมี 3 คน คือ พี่หนู-ณยา เอียร์ลิคซ์-อาดัม เกรท เสกสรร รวยภิรมย์ และเป๋า-กรองกาญจน์ เพียรพานิชย์ สิ่งที่ทั้งสามคนสนใจร่วมกันคือเรื่องการกินเพื่อสุขภาพและประเด็นปัญหาเชิงสิ่งแวดล้อมและสังคม กลายเป็นนิยามสั้น ของร้าน คือ Socially and Environmentally Conscious Restaurant เพราะเราไม่ได้มาชวนคนให้กินของดีมีประโยชน์อย่างเดียว แต่การกินของมีประโยชน์ยังหมายถึงการเปลี่ยนโลกเปลี่ยนสังคม และต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาสังคมที่มีอยู่มากมาย

 

Broccoli Revolution…สู่การปฏิวัติ

เครื่องดื่มทุกแก้วที่ขายได้ จะหักเงิน 9 บาทเข้ามูลนิธิสติเพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและทุกกลุ่มเสี่ยง เงินจากการขายเครื่องดื่มประเภทกาแฟ จะถูกบริจาคเงินเข้าอีกมูลนิธิที่ไปสมทบทุนช่วยเด็กชาติพันธุ์บนดอย หรือการเช่าพื้นที่จัดแสดงศิลปะบนชั้นสองของร้าน ศิลปินที่มาแสดงผลงานในพื้นที่ของร้านจะต้องบริจาคเงิน 5 % ของการขายชิ้นงานเพื่อนำเงินส่วนนี้ไปสมทบทุนช่วยเด็กด้อยโอกาส

นอกจากการหักรายได้จากการจำหน่ายสินค้า เรื่องต้นทางอย่างวัตถุดิบที่ใช้ในร้านก็เป็นเรื่องที่ถูกคิดโดยละเอียด ไม่ว่าจะผัก ผลไม้ หรือแม้กระทั่งเบเกอรี่ ก็ตั้งเป้าอุดหนุนผู้ผลิตรายย่อยแทนการอุดหนุนวงจรการผลิตของอุตสาหกรรมใหญ่ ทางร้านตระหนักเสมอว่า การช่วยเหลือสังคมไม่ได้หมายถึงการบริจาคเงินให้เท่านั้น แต่จะทำยังไงให้ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการรายย่อยอยู่ได้ ให้เขามีเงินหมุนเวียนและสร้างระบบเศรษฐกิจจากเกษตรกรรายย่อย ซึ่งนั่นหมายถึงแกนของระบบเศรษบกิจในระดับประเทศและปลายทางคือความหลากหลายของวัตถุดิบ หากเกษตรกรรายย่อยล้มหายตายจากไป นั่นหมายถึงความหลากหลายของวัตถุดิบก็หมดหายตามไปด้วย หรือปัญหาอีกมากมายในร้านที่เกิดจากกิจการร้านอาหารซึ่งใช้วัถุดิบมาก ใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง การจัดการทรัพยากรที่เหลือใช้และขยะก็เป็นเรื่องที่ทางร้านพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้าง Daily Revolution ให้กับสังคม

 

Broccoli Revolution to Sati Foundation…ยกระดับการศึกษาและสุขภาพ

มูลนิธิสติ หรือ Sati Foundation  เริ่มจากโครงการในสมัยที่คุณเกรทหนึ่งในผู้ก่อตั้งร้าน Broccoli Revolution ทำกับเพื่อนตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา ตอนนั้นเน้นโครงการเพื่อการศึกษาและสาธารณสุขเป็นหลัก สาเหตุที่ตั้งชื่อมูลนิธิสติ เพราะอยากให้สติเป็นเครื่องนำทางส่องให้เห็นต้นตอของปัญหาและวิธีการแก้ไขที่เป็นระบบซึ่งสามารถแผ่ขยายความช่วยเหลือออกไปได้ไม่มีวันสิ้นสุด ซึ่งคุณเกรทยังยึดมั่นหลักการทำงานช่วยเหลือสังคม คือ การสร้างเสริมในจุดที่ขาดและปรับเปลี่ยนหรือแก้ปัญหาด้วยนวัตกรรม โดยเฉพาะนวัตกรรมทางสังคมที่เกิดจาก Skilled Volunteer หรือ อาสาสมัครที่มีทักษะมากประสบการณ์

มูลนิธิสติมีพนักงานเพียงแค่ 2 คน และไม่มีออฟฟิศเป็นของตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกิดจากความร่วมมือของอาสาสมัครที่ เชิญมาถ่ายทอดความรู้ให้กับน้อง ๆ ที่อยากรู้หรืออยากเพิ่มศักยภาพจนสามารถนำไปประกอบอาชีพและสร้างรายได้ให้กับพวกเขาจริง ๆ แทนที่เขาจะไปเลือกอาชีพที่ผิดกฎหมายเพียงเพราะเหตุผลแค่ว่าไม่มีทางเลือก นอกจากอาสาสมัครที่เป็น Skilled Volunteer สติยังทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์กรที่เป็นผู้นำนวัตกรรมระดับโลกมาช่วยแก้ปัญหาในสังคม อย่างโครงการสร้างระบบน้ำประปาให้เด็กในถิ่นทุรกันดาร โดยมองไปที่ความยั่งยืนคือไม่ใช่แค่การติดเครื่องกรองน้ำแล้วจบ แต่ทำอย่างไรให้มีการหมุนเวียนเปลี่ยนไส้กรองตลอดอายุการใช้งานของเครื่อง ซึ่งนั่นหมายถึงสุขภาพและคุณภาพชีวิตของเด็กในถิ่นทุรกันดาร

 

มนุษย์ทุกคนมีพื้นฐาน มีรากเหง้าที่มาเป็นของตัวเอง บางคนมีต้นทุนที่ดีชีวิตงอกเงยขึ้นสู่ที่สูงรับแดดรับฝนได้ไม่ยาก ขณะที่บางคนต้นทุนชีวิตน้อยกว่า การจะดันตัวเองให้ขึ้นไปรับโอกาสที่ดี โดยเฉพาะโอกาสการทำงานยังเป็นเรื่องยาก การตระหนักรู้ถึงความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในสังคมมักนำไปสู่การหยิบยื่นความช่วยเหลือกันอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะนวัตกรรมทางสังคม ที่ผู้คนพยายามช่วยกันสร้างสรรค์คุณค่าและคิดค้นวิธีการในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เปลี่ยนวิธีการช่วยเหลือกจากคนรวยโยนเศษเงินให้คนจน มาเป็นการส่งเสริมคุณค่า ส่งเสริมศักยภาพ สร้าง Self-Esteem และ Positive Energyโดยเฉพาะการใช้โอกาสที่ตัวเองมีกรุยทางให้คนอื่นได้รับสิ่งดี ๆ เหมือนที่ตัวเองได้รับ ไปจนถึงการผลักดันให้คนที่มีต้นทุนชีวิตน้อยได้มีโอกาสขึ้นมาเป็นผู้นำเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงค่าในสังคม

 

===================== 

สนับสนุนโดย: สำนักงานกองทุนสื่อสร้างสรรค์ (Thailand Media Fund) 

ติดต่อสอบถาม: 9re-create@gmail.com 

#9วิธีRecreateThailand #ก้าวแรกเริ่มที่เรา