ปลูกจิตสำนึกและสร้างสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมในการลงมือทำ
(Embed awareness and create support for action)
ก้าวที่ ๑ การเพาะเม็ดมะม่วง

ด้วยการสร้างสรรค์และส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้เป็นพลังขับสำคัญเพื่อเคลื่อนสังคม

 

การเพาะเมล็ดมะม่วงเป็นวิธีที่ธรรมชาติที่สุดในการขยายพันธุ์มะม่วง การนำเมล็ดพันธุ์ที่ดีมาเพาะจนออกราก เปรียบเหมือนการเริ่มสร้างความเปลี่ยนแปลงจากส่วนที่ลึกที่สุด คือ การสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) ในใจของคนให้เจริญงอกงาม ใครๆ ก็เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีได้ ถ้าได้รับการสะสมอาหารและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งในที่นี้หมายถึงการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และอยู่ในสภาพเเวดล้อมที่สามารถนำข้อมูลนั้นไปต่อยอดและปฏิบัติจริงได้ เหมือนเมล็ดมะม่วงที่แม้จะสะสมอาหารมากเพียงใด แต่ถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมก็ไม่สามารถงอกได้

 

ประกอบกับการขยายตัวของจำนวนคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันจนเป็นกลุ่มคนที่มีจำนวนมากที่สุด คนรุ่นใหม่จึงเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมอยู่เสมอ ทั้งในฐานะผู้บริโภคที่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการซื้อสินค้าและบริการ ตลอดจนมีพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรแตกต่างไปจากสมัยก่อน และในฐานะนักสร้างสรรค์ นักคิด ผู้ที่ลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลง 

 

การสร้างและการเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างคุณค่าและพัฒนาประเทศ เหมือนการนำเมล็ดพันธุ์ดีมาเพาะให้เติบโตเป็นต้นกล้า เพื่อให้ต้นกล้านั้นเติบโตเป็นต้นไม้ที่แข็งแรงต่อไป และสามารถนำมาขยายให้เป็นพันธุ์ไม้ที่แข็งแรงได้ต่อไปอีกเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

การสร้างคนรุ่นใหม่ หรือการปลูกจิตสำนึกและสร้างสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมในการลงมือทำ ทำได้ตั้งแต่ระดับเล็กสุดอย่างระดับบุคคล จนถึงระดับที่ใหญ่ขึ้นอย่างในระดับประเทศ 

 

เริ่มก้าวแรกเล็กๆ จากตัวเองก่อน

การเพาะเมล็ดในจิตใจ เริ่มได้จากการเห็นคุณค่าและเชื่อมั่นในตัวเอง รู้ว่าตัวเองมีความชอบ ความสนใจ ความถนัด หรือให้คุณค่ากับสิ่งไหนเป็นพิเศษ รู้ชัดเจนเพื่อต่อยอด พร้อมทั้งเปิดใจให้กว้างต่อการเรียนรู้

 

ครอบครัวและโรงเรียนช่วยประคับประคองให้ก้าวได้มั่นคงและเก่งขึ้น

เริ่มตั้งแต่พ่อแม่และโรงเรียน ซึ่งเป็นสถาบันที่มีอิทธิพลต่อการเติบโตของเด็ก จะต้องไม่ตีกรอบว่าเด็กจะต้องเป็นแบบไหน จะต้องเปิดให้เขาทดลองทำ ทดลองเล่น ให้พื้นที่ ให้โอกาส จนรู้ว่าสิ่งที่เขาถนัดและรักที่จะทำคืออะไร เพื่อให้เขาเติบโตในแบบที่เขาเป็น และยังต้องปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม เคารพในสิทธิ์ของตัวเองและคนอื่น

 

ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน เป็นบทเรียนให้ฝึกล้มและฝึกลุก

ความท้าทายหนึ่งของผู้บริหารหรือผู้นำในยุคนี้คือการที่องค์กรมีพนักงานที่แตกต่างหลายเจเนอเรชั่น องค์กรหรือบริษัทจะต้องเข้าใจความแตกต่างของคนแต่ละยุค ยิ่งถ้าสัดส่วนของพนักงานรุ่นใหม่ในองค์กรมีมากด้วย บางครั้งจึงจะจำเป็นที่จะต้องปรับวัฒนธรรม เปลี่ยนวิธีการทำงาน หาวิธีดึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ออกมา รับฟัง ให้โอกาสในการฝึกฝน ให้พวกเขาทำงานใหญ่ ได้ลองเจอปัญหาและฝึกหาทางแก้ 

 

สังคมและประเทศต้องเชื่อมั่นและพร้อมก้าวไปข้างหน้าพร้อมคนรุ่นใหม่

เมื่อคนรุ่นใหม่มีศักยภาพที่พร้อมสำหรับการเป็นพลังสร้างสรรค์เชิงบวก พวกเขาก็คาดหวังว่าโครงสร้างและพลังอำนาจของสังคมจะเอื้อให้เกิดโอกาสและพื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่ได้ลุกขึ้นมาฟื้นฟูและสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม ได้มีส่วนสร้างและฟื้นฟูสังคมไปในแบบที่พวกเขาอยากจะเห็น เปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น

 

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย “คนรุ่นใหม่” ยังคงเป็นความหวังของการเป็นพลังแห่งอนาคตอยู่เสมอ แต่เราเชื่อว่าการเดินทางไปบนถนนแห่งการสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ การเพาะเมล็ดที่เป็นก้าวแรกเพียงก้าวเดียวคงไม่สามารถพาเราไปถึงจุดหมายได้ เรายังต้องก้าวเดินไปอีกหลายก้าว จึงอยากชวนทุกคนออกมาร่วมเดินทางไปด้วยกัน การฟื้นฟูหรือสร้างความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องยาก แต่ไม่ว่าระหว่างทางจะเจอปัญหา ปลายทางจะอยู่อีกแสนไกล ถึงยากอย่างไรก็ต้องทำ

=====================

สนับสนุนโดย: สำนักงานกองทุนสื่อสร้างสรรค์ (Thailand Media Fund)

ติดต่อสอบถาม: 9re-create@gmail.com

#9วิธีRecreateThailand #ก้าวแรกเริ่มที่เรา