ร่วมมือระหว่างกันเพื่อสร้างคุณค่าใหม่หรือขยายผลลัพธ์เดิม
(Collaboration and Capacity Sharing)
ก้าวที่ ๕ ต่อตา

Collaboration ร่วมมือระหว่างกันเพื่อสร้างคุณค่าใหม่หรือขยายผลลัพธ์เดิม

 

ช่วง 2-3 ปีมานี้ กลยุทธ์ทางการตลาดที่เราเห็นหลายแบรนด์ใช้กันอย่างท่วมท้น คือ การ Collaboration หรือ Co-Branding เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ หรือสร้างความตื่นเต้นให้ผู้บริโภค ซึ่งถือว่าเป็นการปรับตัวให้ทันกับความต้องการและสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรของแต่ละฝ่าย มาช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตขึ้น

ใครๆ เขาก็ X

กรณีศึกษาของการ Collaboration ที่เป็นกระแสมากๆ เห็นจะเป็นทางฝั่งแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นการทลายเส้นแบ่งวัฒนธรรมของแบรนด์ไฮ-เอนด์ และสตรีทแบรนด์ ของ Louis Vuitton X Supreme จนออกมาเป็นสินค้าที่มียอดขายถล่มทลายในเวลาอันรวดเร็ว และเมื่อ fashion X furniture อย่าง Off-White x IKEA ก็สร้างปรากฏการณ์ขายหมดอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีอีกหลายธุรกิจที่ Collab ข้ามสายพันธ์ เกิดเป็นการทำงานร่วมกันของธุรกิจต่างอุตสาหกรรมที่สร้างผลลัพธ์ในรูปแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น MK x Milin, KFC x Carnival, Grab x KBank เป็นต้น

Social Collaboration จับมือกันทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคม

จากกรณีศึกษาเรื่องการทำงานร่วมกันของธุรกิจต่างๆ ทำให้เรามองเห็นโอกาสที่เป็นไปได้ของการแก้ปัญหาทางสังคม ด้วยการนำแนวคิด Collaboration มาใช้ ถ้าพูดถึงวิธีฟื้นฟูต้นมะม่วงก็คือ การเอาตามาต่อกิ่งของอีกต้น เปรียบเสมือนการเอาส่วนที่สามารถส่งเสริมกันได้ระหว่างองค์กรหรือบุคคลมาผสานเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการสร้างสิ่งใหม่ที่ดีกว่า หรือพัฒนางานเดิมให้ขยายผลลัพธ์ได้มากขึ้น เช่น การร่วมมือระหว่างโรงแรมและองค์กรเก็บอาหารเหลือทิ้ง ทำให้โรงแรมสามารถกำจัดขยะอาหาร และองค์กรสามารถเอาอาหารไปแจกให้คนจนได้ 

หรือตัวอย่างของการร่วมมือกันด้านสิ่งแวดล้อมที่กำลังเกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2562 อย่างโครงการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในย่านรัชดาภิเษก ‘Care the Whale: ขยะล่องหน – Climate Action Collaboration @Ratchada District’ โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย องค์กรธุรกิจ อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และที่พักอาศัยบนถนนรัชดาภิเษก  ร่วมมือกับกลุ่มนักธุรกิจเพื่อสังคมด้านสิ่งแวดล้อม และองค์กรพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม กว่า 30 องค์กร ที่มีอุดมการณ์ร่วมกันคือเพื่อลดการสร้างขยะจากต้นทาง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดภาวะโลกร้อน สร้างคุณภาพชีวิตของคนให้เกิดความสมดุล แต่ละองค์กรก็ก็ให้ความร่วมมือโดยการทำในสิ่งที่ตนสามารถทำได้ เช่น ศูนย์การค้าก็มีการดำเนินการด้านขยะ โดยเก็บป้ายไวนิล ฟีเจอร์บอร์ด โครงไม้ต่างๆ จากการจัดอีเวนต์ นำมากลับมาใช้ต่อ โดยมอบป้ายไวนิลให้โรงเรียนใช้กันแดด กันฝน มีการจัดวางถังขยะ 4 ประเภทไว้ให้ลูกค้าทิ้งขยะแบบแยกประเภท หรือองค์กรภาคบริษัท ก็สนับสนุนให้พนักงานรักษ์โลก โดยแขวนถุงผ้าไว้ที่ทางเข้าออกอาคารเพื่อให้พนักงานยืมไปใช้แล้วนำมาคืนเพื่อให้คนอื่นใช้ต่อไปอีก นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านวัสดุรีไซเคิล จัดโครงการที่รับถุงและฟิล์มพลาสติกสะอาดกลับมารีไซเคิลเพื่อให้พลาสติกหมุนเวียนอยู่ในระบบ ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะออกสู่สิ่งแวดล้อมหลังการผลิต เป็นต้น

ร่วมมือกันเพื่อทำให้ 1+1 เป็นได้มากกว่า 2

ปัญหาและความเปลี่ยนแปลงของสังคมทุกวันนี้ซับซ้อนมากขึ้น หากเราแก้ปัญหาด้วยการคิดคนเดียว ทำคนเดียว อาจจะสำเร็จช้า ไม่ทันเวลา เพราะฉะนั้นการ ร่วมมือกันจึงสำคัญ ด้วยพลังของความคิดสร้างสรรค์ ความเชี่ยวชาญ ความถนัด และทรัพยากรที่คูณสอง เป็นการต่อยอดผลลัพธ์เดิมหรือสร้างคุณค่าให้เป็นสิ่งใหม่ที่วิธีเดิมไม่สามารถทำได้ ผลลัพธ์ของ

1+1 จึงอาจจะไม่ได้เท่ากับ 2 แต่เป็น 4 5 6 หรือ 7 ก็ได้

 

=====================

สนับสนุนโดย: สำนักงานกองทุนสื่อสร้างสรรค์ (Thailand Media Fund)

ติดต่อสอบถาม: 9re-create@gmail.com

#9วิธีRecreateThailand #ก้าวแรกเริ่มที่เรา